Welcome To Wanyen-Society


17/9/53

ฉันกับแรม ความแตกต่างที่เหมือนกัน

ฉันเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีอารมณ์ รัก โลภ โกรธ และหลง อย่างคนทั่วไป  ชีวิตของฉันดำเนินไปอย่างเรียบง่ายบนพื้นฐานของความรักที่ทุกคนมอบให้ฉัน  ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่เป็นกำลังใจที่สำคัญ เป็นที่ปรึกษา และให้ความอบอุ่นกับฉันเสมอมา  เพื่อนแท้ที่มอบความจริงใจให้แก่กัน  คุณครูสมศรีที่เตือนสติฉัน ด้วยหนังสือ ฤาจักยอมเป็น ไอ้ขี้แพ้ ก็ตามใจ  และสุดท้ายตัวฉันเองที่อดทนและฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ มาได้  โดย อด คือ อดทำในสิ่งที่ฉันชอบและสนุก และ ทน คือ ทนทำในสิ่งที่ไม่ชอบและมาสนุก  แม่ของฉัน ท่านเป็นคนชอบอ่านหนังสือ  ท่านจึงปลูกฝังฉันตั้งแต่เล็ก ๆ ให้รักหนังสือ จากหนังสือนิทานเป็นหนังสือการ์ตูน จากหนังสือการ์ตูนเป็นหนังสือนิยาย และจากหนังสือนิยายเป็นหนังสือเรียน  ใช้เวลาในการอ่านจากวินาทีเป็นนาที จากนาทีเป็นชั่วโมง และจากชั่วโมงกลายเป็นวัน  โดยตัวอย่างความอดทนที่น่าจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นการอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ของฉัน  แม้ว่าในครั้งแรกจะประสอบความสำเร็จด้วยดี  แต่ในครั้งที่สอง ฉันกลับทำได้แค่เพียงครึ่งทางเท่านั้น  ซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความอดทนของฉันน้อยเกินไป  หรือว่าเป็นเพราะสาเหตุอื่นกันแน่  แต่ครั้งที่สามของฉันซึ่งก็คือการสอบเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษานั้น  ฉันมั่นใจว่าฉันจะต้องทำตามที่หวังไว้ได้ 100 % เพราะฉันจะเอาชนะมาทั้งหลายที่เข้ามาผจญด้วยความอดทนและความเพียรของฉันเอง  เพราะฉันเชื่อมั่นว่าความสำเร็จจะมาหลังจากความล้มเหลวเสมอ  จากข้อความข้างต้นที่กล่าวมานั้น  หากจะเปรียบกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สัก 1 ชิ้น ก็คงจะเปรียบได้กับ RAM ซึ่งเป็นหน่วยความจำหลัก แต่ไม่ถาวร  ซึ่งเปรียบได้กับการนำข้อมูลเข้าไปสะสมเรื่อย ๆ ของฉัน  จนกลายเป็นหน่วยความจำที่มีข้อมูลให้เลือกสรรมากมายในที่สุด   หน่วยความจำชนิดนี้ อนุญาตให้เขียนและอ่านข้อมูลได้ในตำแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็วพอสมควรซึ่งก็คงเหมือนกับการอดทนค้นคว้าหาความรู้ตลอดเวลาของฉัน  ข้อมูลในแรม อาจเป็นโปรแกรมที่กำลังทำงาน หรือข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผล ของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ ข้อมูลในแรมจะหายไปทันที เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถูกปิดลง  เนื่องจากหน่วยความจำชนิดนี้ จะเก็บข้อมูลได้เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงเท่านั้น  ซึ่งก็คงเหมือนกับการท้อแท้หรือ การไม่สนใจที่จะอ่านหนังสืออยู่เสมอนั่นเอง  ฉันเชื่อมั่นว่าความคิดและจินตนาการคือจุดเริ่มต้น  ที่ทำให้เราพยายามตามหาความฝันของตัวเองให้เจอ จดจำสิ่งที่ฝันให้ได้และลงมือทำ ประกอบกับ โอกาส + ความพร้อม จะทำให้เราโชคดีและประสบความสำเร็จในที่สุด  และที่สำคัญที่สุดคือสมการ ความรัก + ความฝัน + ความอดทน = ความสำเร็จ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น