Welcome To Wanyen-Society


18/9/53

วันวานในวัยเด็กของฉัน

                ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเอามากๆ ที่เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น  ทุกคนรักและเอาใจใส่ฉัน ทั้งพ่อ แม่ ปู่และย่า  ปู่และย่าเป็นคนเลี้ยงฉัน เพราะพ่อและแม่ต้องไปทำงาน ท่านทั้งสอง หล่อหลอมฉันให้เป็นคนดี  คิดดี พูดดีและทำในสิ่งที่ดี  เมื่อฉันเข้าโรงเรียน ปู่และย่าจะไปหาฉันตอนพักกลางวันทุกๆวัน และตอนเย็นก็จะเป็นปู่ที่ไปรับฉันที่โรงเรียนในทุกๆเย็น อ้อ!ฉันลืมบอกไป ปู่ของฉัน ท่านรับราชการเป็นตำรวจ ยศ พ.ต.ต. แต่ตอนนี้ปู่ได้จากฉันไปแล้วด้วยโรคร้ายที่ไม่มีใครคิด  เพราะปู่เป็นคนที่สุขภาพเเข็งแรงมากๆ  ทุกอย่างผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว  จนตั้งตัวแทบไม่ทัน  บางครั้งฉันก็นอนร้องไห้คิดถึงปู่  เพราะอย่างที่บอกว่าปู่กับย่าเลี้ยงฉันมาตั้งแต่เล็กๆ จึงทำให้เราค่อนข้างที่จะผูกพันกันมากพอสมควร  เมื่อก่อนทุกๆเย็น หลังกลับจากโรงเรียน ปู่จะซื้อขนมหรือไม่ก็มานั่งคุยเล่นด้วยเป็นประจำ  บางครั้งที่ฉันต้องอยู่บ้านคนเดียว ปู่ก็จะซื้อขนม ข้าวกลางวันมาให้เสมอ  ฉันได้แต่หวังว่าปู่จะอยู่บนสวรรคือย่างมีความสุขและถ้าเลือกได้ ฉันก็จะขอเกิดเป็นหลานของปู่ตลอดไป  ส่วนย่าเป็นแม่ค้า ย่าเป็นคนที่ค้าขายเก่งมาก จะหยิบจับอะไรก็ขายได้ กำไรดี ที่สำคัญจะบอกว่าย่าเป็นสตรีเหล็กก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะย่าต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง เนื่องจากอย่างที่บอกไปแล้วว่า ปู่เป็นตำรวจ จึงต้องย้ายไปทำงานในจังหวัดต่างๆ  ยายของฉัน ท่านอยู่ที่ จ.ชลบุรี  ส่วนก๋งนั้น เสียชีวิตไปตั้งแต่ฉันยังไม่เกิด  ตอนเด็กๆทุกๆปิดเทอม พ่อและแม่จะพาฉันไปเยี่ยมยายและถือโอกาสเที่ยวไปในตัว โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำของมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ หรือที่รู้จักกันในปัจจุบันว่ามหาวิทยาลัยบูรพาเป็นประจำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พ่อและแม่เคยเรียนอยู่และได้พบรักกัน  แต่ช่วงหลังๆมานี่ก็ไม่ค่อยได้ไปเพราะพ่อกับแม่ไม่ค่อยว่าง 
                 ฉันมีน้องสาว 1 คน เราอายุห่างกัน 4 ปี  เราทะเลาะกันบ่อยๆ ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง    บางครั้งฉันก็จะเตือนน้องในเรื่องที่ไม่ควรทำ ซึ่งเขาก็เห็นว่าการเตือนด้วยความหวังดีนั้น เป็นการบ่น  ฉันค่อนข้างจะอิจฉาน้องในบางครั้งอยู่เหมือนกัน เพราะตอนที่อยู่ป.3 น้องไปแข่งขันรายการต่างๆ ทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ และได้รางวัลกลับมาอยู่บ่อยครั้ง ในขณะที่ฉันไม่เคยได้เช่นนั้น  แต่ถ้าหากมองย้อนกลับถึงสาเหตุ ก็เป็นเพราะน้องได้รับการฝึกฝน การเรียน การเอาใจใส่ขากพ่อ ซึ่งเป็นคนที่จะดูเเลเรื่องการเรียน แต่ฉันไม่มีโอกาสเช่นนั้น  ในบางครั้งฉันก็อดน้อยใจไม่ได้ ว่าตัวเองเหมือนเป็นหนูทดลอง อะไรที่ไม่ดี ก็ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นน้องได้สิ่งที่ดีๆไปซะหมด  ส่วนฉันล่ะ กลับไม่ได้อะไรเลย  แต่ที่ฉันเขียนมาก็เหมือนเป็นการบ่นไปเท่านั้นแหละ เพราะในขณะเดียวกันฉันก็ค่อนข้างจะภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้อยู่เหมือนกันและอีกอย่างคือเรื่องมันเป็นอดีตไปแล้ว กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกอยู่ดี  แต่อย่างไรก็ตามฉันก็รักน้องสาวคนนี้มากๆๆๆๆ  เพราะเราก็มีกันแค่ 2 คนพี่น้อง ถ้าไม่รักน้องตัวเองแล้วจะไปรัก_มาที่ไหน จริงมั้ย?   
             เอาล่ะกลับมาเข้าเรื่องกันบ้าง  อย่างที่บอกว่าฉันรู้สึกโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น ฉันรู้ว่าพ่อและแม่รักและเป็นห่วงฉันมาก เพราะฉันเคยอ่านในสมุดบันทึก "รักลูก" ที่พ่อเขียนเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนฉันจะเกิด จนกระทั่งหลังเกิด  อ่านแล้วก็ซึ้งเลย ถึงกับน้ำตาร่วง ว่ามีคนสองคนบนโลกใบนี้ที่รักเรามากๆ ยอมทำทุกอย่างเพื่อเรา ทั้งๆที่ยังไม่เคยเห็นหน้าเรา แม้ว่าเขาจะเหนื่อยเพียงใดก็ตาม พ่อและเเม่สอนฉันว่าเราต้องมีน้ำใจกับผู้อื่น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา กตัญญูรู้คุณคน ใช้ชีวิตด้วยความพอเพียง และสิ่งหนึ่งที่ท่านทั้งสองจะสอนฉันเสมอมาก็คือคนเราล้มได้แต่เมื่อล้มแล้วอย่าท้อต้องรีบลุกขึ้นมาสู้ใหม่เพราะคงไม่มีใครผิดหวังตลอดกาล ฉันเชื่อในคำสอนของท่านทั้งสองเสมอมา จนทุกวันนี้ฉันมีความรู้สึกว่าตัวฉันเองมีความเชื่อมั่นในตนเองมาก จะทำอะไรก็เกิดความมั่นใจ เมื่อทำอะไรผิดพลาดแล้วนึกถึงคำสอนของท่านทั้งสองก็มีกำลังขึ้นมาทุกครั้ง ท่านทั้งสองเปรียบเสมือนซุปเปอร์แมนและนางฟ้าใจดีที่คอยจูงมือฉันให้ก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้าด้วยเท้าของฉันเองด้วยความมั่นคงและปลอดภัย  พ่อและแม่สอนฉันเสมอว่าไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งเป็นเลิศในวิชาใดวิชาหนึ่ง แต่ที่สำคัญต้องเก่งด้านอื่นประกอบควบคู่กันไปด้วย เพราะจะได้สามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและประสบผลสำเร็จ เพราะพ่อและเเม่ไม่อยากให้ฉันเป็นเหมือนสุภาษิตที่ว่า มีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด”  ท่านทั้งสองไม่ได้เป็นเพียงพ่อและเเม่อย่างเดียวเท่านั้น  แต่ท่านเป็นทั้งเพื่อและพี่ในเวลาเดียวกัน  ยามที่ฉันเหงา เศร้า ท่านก็เป็นเหมือนเพื่อนเล่นให้ฉันคลายความเศร้าและเหงาได้  ยามที่ฉันทุกข์ มีปัญหา ท่านก็เป็นเหมือนพี่ คอยให้คำปรึกษา ปลอบประโลมและให้กำลังใจ  ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความรักที่พ่อและเเม่มอบให้ฉัน และฉันอยากจะกู่ร้องดังๆ ให้ก้องฟ้าว่า "ฉันดีใจเหลือเกินที่เกิดมาเป็นลูกของชาย-หญิงคู่หนึ่ง ที่ฉันเรียกท่านทั้งสองว่า พ่อและแม่"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น