Welcome To Wanyen-Society


18/9/53

วัยเรียน...วัยละอ่อน

           ฉันเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนอนุบาลราชบุรี  ที่นั่นฉันมีเพื่อนสนิทอยู่ 3 คน คือ นก อิ๋งอิ๋ง พลอย เราอยู่ห้องเดียวกันตั้งแต่ป.5 จนป.6ก็ยังตามไปหลอกหลอนกันอีก 555+ ชีวิตประถมของฉันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ก็เหมือนกับเด็กๆทั่วไป  จนกระทั่งขึ้นม.1 เราต่างก็แยกย้ายกันไป
            --อิ๋งอิ๋ง เก่งที่สุด ไปเรียนต่อสาธิตปทุมวัน
            --นก เรียนต่อร.ร.หญิงล้วน นารีวิทยา
            --ส่วนพลอยและฉันเรียนที่เบญจมเหมือนกัน  แต่อยู่คนละห้องกัน จึงทำให้เราห่างกันไป 
            ต่อมาก็เข้าสู่ช่วงม.ต้น  ฉันเชื่อว่าเกือบ 90% ของเด็กป.6 ในจ.ราชบุรี ก็คงอยากเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ...โรงเรียนประจำจังหวัดกันทั้งนั้น  ซึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน  ครั้งแรกของการสอบเข้าร.ร.เบญจมของฉัน คือ สอบเข้าห้องเรียนพิเศษคณิตศาสตร์ ซึ่งฉันไม่สามารถทำได้สำเร็จ บทเรียนครั้งนั้นทำใหฉันฮึดสู้ ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ และผลก็เป็นไปอย่างที่หวังไว้ ฉันสามารถสอบเข้าเรียนต่อร.ร.ในฝันได้ ด้วยลำดับที่ที่น่าพอใจ  หลังจากนั้นฉันสอบเข้าเรียนในห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ EGP 1st ซึ่งถ้าฉันไม่สอบเข้าเรียนต่อในห้องนี้ ฉันก็มีโอกาสเข้าห้อง 1 ห้องเรียนพิเศษคณิตศาสตร์ เพราะทางร.ร.คัดนักเรียนที่มีผลการสอบในลำดับต้นๆ เข้าไปเติมห้อง 1 ให้เต็ม  ถ้าถามว่าเหตุผลที่ฉันสอบเข้า Gif Eng เพราะอะไร เพราะว่าในวันที่ประกาศผลสอบ พ่อและฉันไจขึ้นไปหาเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านวิชาการของ ร.ร. เพื่อสอบถามข้อมูลว่าจะคัดเลือกเด็กที่มีผลการสอบลำดับต้นๆเข้าห้อง 1 หรือไม่  ปรากฎว่าฉันเจอกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่อาคาร 1 ชั้น 2  ท่านถามฉันและพ่อว่าขึ้นมาพบใคร ฉันก็บอกจุดประสงค์ไป อาจารย์ท่านนั้นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ฉันคิดว่าไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไรนัก ว่าทางร.ร.ไม่ได้คัดเด็กที่มีผลการสอบลำกับต้นๆเข้าห้อง1 ฉันจึงตัดสินใจสอบเข้าห้อง 2 ทันที  ซึ่งอาจารย์ท่านนั้นก็ทำให้ฉันพลาดโอกาสดีๆ หลายอย่งไป
            แต่ฉันก็คงจะโทษใครไม่ได้อีกตามเคย ถ้าคิดในทางกลับกันสวรรค์เบื้องบนอาจจะลิขิตมาแล้วก็ได้ว่า เส้นทางชีวิตของฉันต้องเดินแบบนี้  แต่อย่างไรก็ตาม ฟ้าหลังฝนมักจะสวยงามเสมอเพราะที่แห่งนี้ก็ได้ให้กำเนิดมิตรภาพที่สวยงามกับฉัน ณ ที่แห่งนี้ฉันได้เจอเพื่อนๆ ที่รวมกันเป็น EGP ที่คนมีสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ในความต่างนั้นก็ก่อให้เกิดความลงตัวที่สวยงาม ทำให้ฉันได้พบกับเพื่อนแท้ที่แม้ว่าจะมีนิสัยต่างกันสุดขั้ว แต่ก็ทำให้เราสนนิทกันสุดยอด พวกเขาก็คือ
            --ป๊อป ไอ้หัวฟู ขอบคุณที่ทนคนนิสัยแย่อย่างเราได้ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง แม้ว่าตอนนี้เราจะห่างๆกันไปบ้างก็ตาม
           --ศิภา เพื่อนตัวโย่งของเรา 4 ปีที่รู้จักกันมา แกเป็นยังไงก็ยังเป็นเหมือนเดิม รักแกนะยะ
           --อีเป แกอ่ะ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆนะ อย่า...มากนะ เดี๋ยวเพื่อนใหม่ตกใจ 555+
           --แอน สวยขึ้นนะแก ไปเกาหลีเมื่อไหร่บอกช้านด้วยนะ love love นะเว้ย แกเป็นเพื่อนที่ฉันรักมากคนนึงนะ
           --หมวย อ่า ถึงแม้ว่าเราไม่ได้สนิทกับแกมากนัก แต่ยังไงแกก็จะเป็นเพื่อนเราตลอดไป
           --เจา แกนะ ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว บางทีมีไรก็ไม่บอกเพื่อน รู้มั้ยว่าเพื่อนเขาเป็นห่วง ฮึ่มๆๆ
           --กัส พูดช้าหน่อยก็ได้นะยะ บางทีช้านก็ฟังไม่ออก  ขอโทษนะ ที่บางทีก็เหวี่ยงใส่แกอ่ะ
           --และคนสุดท้าย นังจ้า ไปดีแล้วนะแกอ่ะ กลับมาเมื่อไหร่ อย่าลืมของฝากช้านนะ นี่ๆเหงาปากนะเว้ย ไม่มีคนมาทะเลาะด้วย 555+
           สุดท้ายนี้ เราไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ในวันวานจะยังสานต่อไปในอนาคตได้หรือไม่ ไม่รูว่ากาลเวลาที่เปลี่ยนไปจะทำให้ใจคนเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่ แต่สำหรับเรา เรายังคงเหมือนเดิม ยังยืนอยู่ที่เดิม ยังเป็นแจ๋ม ไอ้แจ๋ม อีแจ๋มคนเดิมของพวกแกตลอดไป  ถ้าเวลาที่เปลี่ยนไปทำให้ความสัมพันธ์ในวันวานเลือนลางตามมันไปด้วยเราก็อยากให้แกทุกคนรู้ไว้ว่า
              "ให้เธอนั้นได้จำว่า ครั้งหนึ่งเรานั้นเคยรักกัน    เรานั้นเคยได้พบกัน แม้ว่ามันจะหมดไป
          ในวันหนึ่งหากเธอบังเอิญได้พบใคร ฉันก็คงไม่เสียใจ ปล่อยให้เธอไป ฉันไม่เป็นไร ให้เธอได้จำเอาไว้ว่าเราเคยรักกัน"
                                ...............ช้านรักพวกแกทุกคนนะยะ....................
             และช่วงม.3ก็เป็นช่วงที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของการสอบเข้าเรียนต่อม.ปลาย ซึ่งร.ร.ที่เด็ก ม.3 ทั้งประเทศ อยากจะเรียนต่อมากที่สุก ก็คงจะหนีไม่พ้นมหิดลวิทย์และเตรียมอุดม  ซึ่งฉันก็นเป็นแฟนคลับมหิดลวิทย์คนหนึ่งเหมือนกัน  ฉันอยากเรียนที่นี่มากๆ ประกอบกับฉันมี sponser ที่ดี ที่ช่วยฉันให้ฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ นั่นก็คือ ครูเก้และครูเก่งนั่นเอง ทั้ง2ท่าน ช่วยวางแผนการเรียนให้ฉันและเพื่อนอีกหยิบมือนึง พร้อมกับมาเหนื่อยเป็นเพื่อนฉัน ฉันใช้เวลาเตรียมตัวประมาณปีครึ่งก่อนสอบ แต่ผลก็ออกมาว่าฉันไม่ติด  ฉันยอมรับว่าฉันเสียใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ประกอบกับวันนั้นเป็นวันก่อนสอบกลางภาคที่ร.ร. 1 วันพอดีเด๊ะเลย  หลังจากนั้นแนก็ไม่ทำอะไร หนังสือก็ไม่อ่าน มันรู้สุกว่าหมดกำลังใจ เราทุ่มเทให้มันขนาดนี้ แต่มันกลับทิ้งเราไว้กลางทางอย่างไม่ใยดี แต่ฉันก็คงจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง ตัวเองคนเดียวเลยจริงๆ  แต่ยังไงก็ขอขอบคุณครูเก้และครูเก่งมากๆๆค่ะ ที่ช่วยสานฝันให้หนู  แม้มันจะเป็นเพียงฝันที่ยังสานไม่เสร็จก็ตาม  แต่หลังจากนั่งซังกะตายได้ไม่นาน ฉันก็เริ่มหันมาอ่านหนังสือสอบเข้าเตรียมอุดม ด้วยสภาพที่ไม่เต็ม 100 เหมือนตอนจะเข้ามหิดล  ฉันคิดว่าแม้ไม่ได้ประดับเข็มสีน้ำเงินของมหิดลแต่ได้ประดับพระเกี้ยวก็ยังดี  แต่ก็กลับกลายเป็นว่าฉันไม่ได้อะไรเลย กลับมาตายรังที่เบญจมอย่างเก่า 555+ น่าสมเพชจริงๆ
           ต่อมาก็เข้าสู่ชีวิตม.ปลาย ตอนแรกฉันคิดว่ามันก็คงไม่ต่างจากม.ต้นเท่าไรนัก  แต่ผิดคาดอย่างรุนแรง ทุกอย่างถาโถมเข้ามา สอบก็ตก เกรดก็ไม่ดี ฉันรู้สึกเข้าใจคำว่า"ยิ่งเรียนยิ่งโง่ ยิ่งโตยิ่งเซ่อ" ขึ้นมาทันที  รู้สึกเหมือนตัวเองยังไม่ตื่นเหมือนคนอื่นเขา เขาที่ตื่นแล้ว แล้วก็พร้อมจะวิ่งไปข้างหน้าได้ทุกขณะ  แต่ฉันให้สัญญากับตัวเองไว้ว่าต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจทำทุกอย่าง จะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังในตัวฉันอีก  และถือว่านี่คือบทเรียนราคาแพงของการประมาทและเลินเล่อของตัวฉันเอง...ต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนใหม่ให้ได้  ........ฉันให้สัญญา.
    

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น